KTAM  แนะนำ 3 กองทุน ลงทุนในช่วงตลาดหุ้นผันผวน

[PR News] KTAM  แนะนำ 3 กองทุน  เพื่อใช้ในการลงทุนช่วงตลาดหุ้นผันผวน จับจังหวะลงทุนโอกาสสร้างผลตอบแทนระยะยาว และให้ผลตอบแทนแก่ผู้ถือหน่วยลงทุน ทั้ง กองทุนเปิดกรุงไทย สตาทีจิค แอคทีฟ โกลบอล แอลโลเคชั่น  กองทุนเปิดเคแทม เวิลด์ เฮลธ์แคร์ ฟันด์ และกองทุนเปิดเคแทม ไชน่า อิควิตี้ ฟันด์ สร้างเงินให้งอกเงยเพิ่มมูลค่า

ในยุคปัจจุบันที่ภาวะเศรษฐกิจยังดูเหมือนว่าไม่สดใส รายได้อาจจะไม่สัมพันธ์กับรายจ่าย เพราะนับวันข้าวของก็แพงขึ้นๆ แต่รายได้กลับคงที การทำให้รายได้เพิ่มพูน จึงเป็นหนทางที่ดีกว่า แต่จะทำอย่างไรให้เงินที่มีอยู่เพิ่มพูนและมีจำนวนมากขึ้น ซึ่งปัจจุบันการลงทุนก็มีหลากหลายรูปแบบ และวิธีการ ขึ้นอยู่กับความชื่นชอบและความรู้ของแต่ละบุคคล หลายคนอาจจะเลือกลงทุนในตลาดหุ้น ตลาดการเงิน สถาบันการเงิน และอีกหลากหลายวิธี   

แต่สำหรับผู้ที่ชื่นชอบและถนัดลงทุนในตลาดหุ้น ในช่วงนี้อาจจะหาความแน่นอนและทำกำไรได้ยากสักนิด เพราะ ภาวะหุ้นในตลาดโลกดูเหมือนว่ามีความผันผวนพอดู การเลือกลงทุนในรูปแบบอื่นๆ ก็น่าสนใจและเป็นทางเลือกที่ดี อย่างการลงทุนในกองทุนที่ตอนนี้มีให้เลือกหลากหลาย มากมายและสารพัดผลตอบแทน แต่ที่สำคัญ !!!

ผู้ลงทุนต้องทำความเข้าใจลักษณะสินค้า  เงื่อนไขผลตอบแทนและความเสี่ยง ก่อนตัดสินใจลงทุน  ผลการดำเนินงานในอดีต มิได้เป็นสิ่งยืนยันถึงผลการดำเนินงานในอนาคต” เป็นคำพูดที่บอกกล่าวกันเสมอมา ถ้าไม่อยากเพลี้ยงพล้ำเสียใจกับการลงทุน ก็ควรจะต้องทำตามนะ 

นางชวินดา หาญรัตนกูล กรรมการผู้จัดการ บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน กรุงไทย จำกัด (มหาชน) หรือ KTAM เปิดเผยว่า ในช่วงที่ภาวะหุ้นในตลาดโลกมีความผันผวนหลายกองทุนเป็นจังหวะที่ดีในการลงทุน เพื่อโอกาสในการสร้างผลตอบแทนที่ดีในอนาคต บริษัทจึงขอแนะนำ 3 กองทุน ที่น่าสนใจในช่วงเวลานี้ ประกอบไปด้วย

ktam fund1.กองทุนเปิดกรุงไทย สตาทีจิค แอคทีฟ โกลบอล แอลโลเคชั่น (KT-SAGA) เป็นกองทุนที่มีนโยบายลงทุนในหน่วยลงทุนของกองทุนรวมอีทีเอฟในต่างประเทศจะเน้นลงทุนในอีทีเอฟที่อ้างอิงดัชนีหุ้นและตราสารหนี้ เป็นหลักโดยมุ่งหวังสร้างผลตอบแทนให้สูงกว่าดัชนีชี้วัด (Active Management)

จุดเด่นของกองทุน KT-SAGA เป็นกองทุนที่มีความยืดหยุ่นสูงโดยผู้จัดการกองทุนสามารถปรับพอร์ตการลงทุนให้สอดคล้องกับตลาดได้อย่างทันท่วงที นอกจากนี้กองทุน ETF มีความหลากหลาย ทั้งอิงกับดัชนีหุ้น ตราสารหนี้ ทั้งระดับภูมิภาค และระดับประเทศ นอกจากนี้ มีสภาพคล่องสูง ทำให้มีความคล่องตัวในการบริหารพอร์ตโฟลิโอ

ทั้งนี้ ในช่วงที่ภาวะหุ้นมีความผันผวน กองทุนสามารถลดความผันผวน โดยการจัดสรรเงินลงทุนในหุ้น และตราสารหนี้ อย่างเหมาะสม และรวดเร็ว เพื่อปรับระดับความเสี่ยงได้ นอกจากนี้สภาพคล่องในตลาดยังอยู่ในระดับสูง ประกอบกับดอกเบี้ยที่ต่ำหลังจากธนาคารกลางต่างๆเริ่มลดความเข้มงวดของนโยบายทางการเงิน กองทุนนี้ตอบโจทย์นักลงทุนทั่วไปที่ต้องการโอกาสเข้าถึงการลงทุนในต่างประเทศทั่วโลกผ่านการเลือกลงทุนใน ETF และต้องการโอกาสในการรับผลตอบแทนที่สูงกว่า ส่วนเกณฑ์มาตรฐาน(Benchmark)ในระยะกลางถึงยาว ผลการดำเนินงานย้อนหลัง 1 เดือน อยู่ที่ 2.63% Benchmark อยู่ที่ 2.12 % โดยกองทุนจัดตั้งเมื่อวันที่ 20 มีนาคม 2562

2.กองทุนเปิดเคแทม เวิลด์ เฮลธ์แคร์ ฟันด์ (KT-Healthcare) เน้นลงทุนในหน่วยลงทุนของกองทุน Janus Global Life Sciences Fund ที่กองทุนรวมหลักมีวัตถุประสงค์เพื่อการบรรลุเป้าหมายการเติบโตของเงินทุนในระยะยาว โดยเน้นการลงทุนในตราสารทุนของบริษัทต่างๆทั่วโลกที่มีธุรกิจด้านการรักษา และพัฒนาคุณภาพชีวิต หรือเกี่ยวข้องกับวิทยาศาสตร์การดำเนินชีวิต โดยราคาหุ้นกลุ่ม Healthcare เดือนที่ผ่านมา ปรับตัวลดลงมาค่อนข้างเร็ว หลังจากได้รับผลกระทบจากข่าวการผลักดันการปฎิรูปกฎหมายประกันสุขภาพของพลเมืองสหรัฐฯ ซึ่งส่งผลให้กลุ่มธุรกิจในอุตสาหกรรม  ได้รับผลกระทบในระยะสั้น

ktam fundอย่างไรก็ตามผลประกอบการที่ประกาศออกมาและกำไรสุทธิของบริษัทในกลุ่ม Healthcare ยังคงมีอัตราการเติบโตที่แข็งแกร่ง  และอยู่ในระดับสูง เป็นแรงหนุนในปัจจัยพื้นฐาน และส่งผลให้ราคาหุ้นปรับตัวอยู่ในระดับที่น่าสนใจ ทั้งนี้กองทุนได้รับแรงหนุนจากแนวโน้มการควบรวมกิจการและการเติบโตของนวัตกรรมใหม่ที่สูงขึ้นซึ่งเป็นประโยชน์ต่อการลงทุนในระยะยาวโดยผลการดำเนินงานย้อนหลัง

ณ วันที่ 30 เมษายน 2562 YTD (ตั้งแต่วันที่ 2 มกราคม -30 เมษายน 252) อยู่ที่ 9.77% , 6 เดือนอยู่ที่ 1.19%และ 1ปี อยู่ที่ 6.89% ส่วนBenchmark YTD อยู่ที่ 4.84%, 6 เดือน อยู่ที่ -1.96% และ1 ปี อยู่ที่ 9.76%

3.กองทุนเปิดเคแทม ไชน่า อิควิตี้ ฟันด์ (KT-China) เน้นลงทุนในหน่วยลงทุนของ Blackrock China Fund บริหารแบบเชิงรุกในตราสารทุนของบริษัทที่มีภูมิลำเนาอยู่ในจีน หรือเป็นส่วนหนึ่งที่ได้รับประโยชน์จากการเติบโตของเศรษฐกิจในจีนที่จดทะเบียนทั้งในและต่างประเทศ นอกจากนี้ ทางการยังคงมีแผนใช้มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจจากภาครัฐอย่างต่อเนื่อง เพื่อเป็นแรงกระตุ้นให้เศรษฐกิจจีนลดความเสี่ยงของการชะลอตัวลงของเศรษฐกิจอย่างค่อยเป็นค่อยไป เช่น มาตรการลดภาษีสินค้านำเข้ารถยนต์จากประเทศต่างๆ และลดภาษีบุคคลเพื่อกระตุ้นภาคการบริโภค

ในขณะเดียวกัน ผลกระทบจากสงครามการค้าที่ส่งผลต่อตลาดหุ้นจีน เป็นผลให้ตลาดมีความผันผวน ซึ่งอาจจะเป็นจังหวะในการทยอยเข้าสะสมได้ โดยคาดว่าผลสรุปของสงครามการค้า น่าจะสิ้นสุดได้ในเร็วๆ นี้ และจะส่งผลดีต่อภาวะการลงทุนในตลาดหุ้นทั่วโลก รวมทั้งความเชื่อมั่นของนักลงทุนต่อการลงทุนในประเทศจีน สำหรับผลตอบแทนย้อนหลัง ณ วันที่ 30 เมษายน 2562 YTD อยู่ที่ 19.72%, 3 เดือนอยู่ที่ 8.82% และ 6 เดือน อยู่ที่ 18.16% Benchmark YTD อยู่ที่ 18.40% , 3 เดือนอยู่ที่ 10.34% และ 6 เดือน อยู่ที่ 14.39%

 

 

Leave A Reply

Your email address will not be published.

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.